เริ่มจากข้อสำคัญ: ลบแอปไม่เท่ากับยกเลิก
การถอนการติดตั้งแอปเอาไฟล์แอปออกจากเครื่อง แต่ไม่ได้เปลี่ยนสัญญาการเรียกเก็บเงินของบัญชีที่สมัครไว้ Apple ระบุชัดว่าการลบแอปไม่ใช่การยกเลิกการสมัครสมาชิก และ Google ก็ให้ตรวจการสมัครสมาชิกใน Google Play แยกต่างหาก ดู คำอธิบายของ Apple และ คำแนะนำของ Google Play
ก่อนกดอะไร ให้จดชื่อบริการ วันที่ และคำอธิบายบนใบเสร็จหรือรายการบัตร/บัญชีธนาคารที่เกี่ยวข้อง สิ่งที่ต้องตอบให้ได้คือ ใครเป็นผู้เรียกเก็บเงิน ไม่ใช่แค่คุณกำลังใช้ iPhone หรือ Android รุ่นใดอยู่ เพราะแอปเดียวกันอาจรับเงินผ่านหลายช่องทาง
ตัดสินจากใบเสร็จ ไม่ใช่ระบบปฏิบัติการ
ใช้ตารางนี้เลือกผู้จัดการสมาชิกจากชื่อที่เห็นในใบเสร็จ อีเมลยืนยัน หรือรายละเอียดรายการเรียกเก็บเงิน หากไม่ตรงกับชื่อในตาราง อย่าเดาจากไอคอนแอป ให้เปิดเว็บไซต์หรือช่องทางช่วยเหลือของผู้เรียกเก็บเงินโดยตรง
| ผู้เรียกเก็บเงิน | เปิดที่ไหน / ใช้บัญชีใด |
|---|---|
| Apple / App Store | การตั้งค่า → ชื่อของคุณ → การสมัครรับ แล้วเลือกบริการในบัญชี Apple ที่ตรงกับใบเสร็จ |
| Google Play | Play Store → โปรไฟล์ → การชำระเงินและการสมัครใช้บริการ → การสมัครใช้บริการ โดยใช้บัญชี Google ที่ตรงกับใบเสร็จ |
| เว็บไซต์ / ค่ายมือถือ | เปิดบัญชีในเว็บไซต์ผู้ให้บริการหรือติดต่อค่ายมือถือที่เรียกเก็บ |
ตัวอย่างสมมติ: คนหนึ่งใช้ iPhone แต่ในใบเสร็จระบุว่าซื้อจากเว็บไซต์ของบริการ จึงต้องยกเลิกในบัญชีเว็บไซต์ ไม่ใช่หน้า Subscriptions ของ Apple ต่อมาเขาเปิด Google Play แล้วไม่พบสมาชิกอีกบริการ เพราะใบเสร็จผูกกับ Google Account ที่สอง เขาต้องสลับไปบัญชีเจ้าของใบเสร็จก่อน ไม่ใช่กดสมัครซ้ำ
Apple: ยกเลิกจาก Settings บน iPhone หรือ iPad
- เปิด Settings / การตั้งค่า แล้วแตะชื่อของคุณด้านบน
- แตะ Subscriptions / การสมัครรับ
- เลือกบริการที่ต้องการหยุดต่ออายุ อาจต้องเลื่อนลงเพื่อหา
- แตะ Cancel Subscription / ยกเลิกการสมัครรับ แล้วทำตามหน้าต่างยืนยันจนจบ
ถ้าไม่เห็นปุ่มยกเลิก หรือมีข้อความสีแดงบอกวันหมดอายุ Apple อธิบายว่าสมาชิกนั้นถูกยกเลิกแล้ว ให้ตรวจวันสิ้นสุดแทนการกดซ้ำ หากเป็นช่วงทดลองใช้ฟรี Apple แนะนำให้ยกเลิกอย่างน้อย 24 ชั่วโมงก่อนช่วงทดลองสิ้นสุดเพื่อหลีกเลี่ยงการต่ออายุ การเข้าถึงที่เหลืออาจขึ้นกับเงื่อนไขของรายการนั้น จึงไม่ควรสัญญาว่าทุกบริการจะใช้ต่อได้เหมือนกัน
ถ้าไม่พบรายการ ให้ค้นหาใบเสร็จจาก Apple และตรวจว่าใช้ Apple Account ใดสมัคร หากสมาชิกเป็นของคนในครอบครัวที่เป็นเจ้าของใบเสร็จ คนนั้นต้องเป็นผู้ยกเลิก หรือถ้าใบเสร็จเป็นของผู้ให้บริการโดยตรง ให้กลับไปใช้ช่องทางนั้น
ดูเส้นทางล่าสุดจาก Apple: ยกเลิกการสมัครสมาชิก
Google Play: ยกเลิกจากบัญชีที่เป็นเจ้าของ
- เปิด Google Play Store แล้วแตะรูปโปรไฟล์
- เลือก Payments and subscriptions → Subscriptions หรือชื่อภาษาไทยที่ใกล้เคียง
- แตะบริการที่ต้องการยกเลิก เลือก Cancel subscription แล้วทำตามคำแนะนำจนเสร็จ
ชื่อเมนูอาจต่างตามภาษาและรุ่นแอป หากใช้เว็บ ให้เริ่มจาก รายการ subscriptions ของ Google Play แล้วตรวจว่าลงชื่อเข้าใช้ Google Account ที่ตรงกับใบเสร็จ การถอนการติดตั้งแอปไม่ได้ยกเลิกสมาชิก
การยกเลิกการต่ออายุปกติไม่ได้ตัดเวลาที่ชำระไว้ทันที แต่แผนแบบผ่อนหรือมีภาระการชำระตามเงื่อนไขอาจไม่หายไปเพียงเพราะหยุดการต่ออายุ และการยกเลิกก็ไม่ใช่การรับประกันว่าจะได้เงินคืน หากเป้าหมายคือคืนเงิน ให้ดูหัวข้อแยกด้านล่าง
หากต้องการเทียบขั้นตอนกับเอกสารต้นทาง อ่าน Google Play: ยกเลิก หยุดชั่วคราว หรือเปลี่ยนการสมัครสมาชิก
ไม่เห็นรายการ: ตรวจเจ้าของใบเสร็จทีละข้อ
การค้นหาไม่พบไม่ได้แปลว่าสมาชิกหายไป ให้ตรวจตามลำดับนี้:
- เทียบชื่อบริการกับใบเสร็จหรือรายละเอียดรายการเรียกเก็บเงิน อย่าค้นจากชื่อไอคอนอย่างเดียว
- ตรวจทุก Apple Account หรือ Google Account ที่คุณใช้ซื้อ โดยเฉพาะอีเมลที่อยู่ในใบเสร็จ บัญชีที่กำลังเปิดอยู่ต้องเป็นเจ้าของสมาชิก
- ถ้าเป็นการซื้อในครอบครัว ให้ถามผู้ที่เป็นเจ้าของใบเสร็จให้ตรวจและยกเลิกจากบัญชีของเขา
- ถ้าชื่อผู้เรียกเก็บเป็นเว็บไซต์หรือค่ายมือถือ ให้ข้ามหน้าสมาชิกของ Apple/Google แล้วติดต่อช่องทางนั้น
- ถ้ายังมีรายการที่จำไม่ได้ อย่ากดลิงก์ในอีเมลแปลก ๆ หรือสมัครซ้ำ ให้ใช้แอปหรือเว็บไซต์ทางการที่พิมพ์ที่อยู่เอง
Google มีแนวทางแก้ปัญหาเมื่อหา subscription ไม่พบ รวมถึงกรณีใช้หลายบัญชีและตรวจจากใบเสร็จ ดู หน้าช่วยเหลือการค้นหาสมาชิกของ Google Play หากช่องทางเรียกเก็บไม่ใช่ Google ให้ใช้หมายเลขคำสั่งซื้อหรือข้อมูลรายการเท่าที่จำเป็นกับผู้ให้บริการนั้น โดยไม่ส่งรหัสผ่านหรือรหัสยืนยัน
แยกให้ชัด: ยกเลิก คืนเงิน หรือหยุดชั่วคราว
| เป้าหมาย | ความหมายและสิ่งที่ควรทำ |
|---|---|
| ยกเลิกสมาชิก | หยุดการต่ออายุในอนาคต ทำผ่านช่องทางที่เรียกเก็บเงิน และตรวจวันหมดอายุหรือสถานะยกเลิก |
| ขอคืนเงิน | เป็นคำขออีกประเภท ไม่เกิดขึ้นอัตโนมัติจากการยกเลิก และต้องรอการพิจารณาตามนโยบายของช่องทางนั้น |
| หยุดชั่วคราว | เป็นการพักการเรียกเก็บหรือการใช้งานชั่วคราว เฉพาะบริการที่มีตัวเลือกนี้ ไม่ควรตีความว่าเป็นการยกเลิกถาวร |
| ลบแอป | เอาแอปออกจากเครื่องเท่านั้น ไม่เปลี่ยนสถานะการสมัครสมาชิก |
ถ้าถูกเรียกเก็บผ่าน Apple และต้องการขอคืนเงิน ให้ยื่นคำขอแยกตาม ขั้นตอนขอเงินคืนของ Apple การมีสิทธิ์ขอหรือผลอนุมัติขึ้นกับเงื่อนไขของรายการ ไม่ควรรับปากว่าจะได้เงินคืนทุกกรณี
ถ้าถูกเรียกเก็บผ่าน Google Play ให้เริ่มที่ หน้าขอเงินคืนของ Google Play แล้วทำตามขั้นตอนคำขอ ผลพิจารณาอาจขึ้นกับผลิตภัณฑ์ เวลา วิธีชำระเงิน และภูมิภาค จึงไม่มีการรับประกันว่าจะได้เงินคืน หากใบเสร็จเป็นของเว็บไซต์หรือค่ายมือถือ ให้ยื่นคำขอกับผู้เรียกเก็บเงินนั้น ไม่ใช่ช่องทางคืนเงินของแพลตฟอร์ม
ตรวจผลหลังยกเลิกก่อนวางใจ
- อยู่ในหน้าสมาชิกของช่องทางเดิม แล้วอ่านสถานะหรือวันหมดอายุหลังยืนยัน ไม่อาศัยแค่การปิดแอป
- เก็บอีเมลยืนยันหรือเลขคำสั่งซื้อไว้ในบัญชีของคุณ และจดวันที่ยกเลิก โดยไม่เผยแพร่ข้อมูลการชำระเงิน
- เปิดรายการเดิมอีกครั้งเพื่อตรวจว่าไม่มีปุ่มยกเลิกที่ยังรอดำเนินการ หากเป็น Apple ให้สังเกตปุ่มยกเลิกที่หายไปหรือข้อความวันหมดอายุสีแดงตามคำอธิบายของ Apple
- หากยังมีการเรียกเก็บ ให้เทียบวันที่กับใบเสร็จและตรวจ Apple Account/Google Account ที่เป็นเจ้าของก่อน ติดต่อผู้เรียกเก็บเงินโดยตรง พร้อมให้เฉพาะข้อมูลรายการที่จำเป็น
หลังยกเลิกแล้วคุณอาจยังเห็นสิทธิ์ใช้งานจนถึงวันที่ที่จ่ายไว้ หรืออาจถูกจำกัดทันทีตามเงื่อนไขของบริการ การไม่เห็นค่าบริการในวันถัดไปเพียงวันเดียวไม่ใช่หลักฐานเดียวที่เพียงพอ ให้ใช้สถานะในช่องทางเรียกเก็บและใบยืนยันเป็นหลัก