ชั่วโมงต่างกัน อาจเป็นเวลาเดียวกัน
ถ้าคำเชิญวันที่ 15 มกราคม 2026 แสดง 09:00 ที่ลอนดอน แต่คุณเห็น 16:00 ที่กรุงเทพฯในวันเดียวกัน ยังไม่ใช่หลักฐานว่านัดถูกเลื่อน Google Calendar แสดงกิจกรรมตามเขตเวลาท้องถิ่นของผู้ได้รับเชิญ ดังนั้นคนละชั่วโมงอาจหมายถึงช่วงเวลาเดียวกัน ดูคำอธิบายเรื่องการแสดงเวลาในพื้นที่ของแต่ละคนจาก Google Calendar Help
คำตอบเร็ว: เปิดรายละเอียดของกิจกรรมแล้วจดวันที่ เวลา เมือง/เขตเวลา และบัญชีที่กำลังดู ตรวจการตั้งค่าการแสดงผลหรือเวลาอุปกรณ์ก่อนแตะ แก้ไข และอย่าลากกิจกรรมบนปฏิทินเพียงเพราะตัวเลขดูไม่เหมือนของอีกคน
ขอบเขต: คู่มือนี้เน้นการประชุมที่มีเวลาเริ่ม–สิ้นสุด ไม่ได้ยืนยันวิธีแก้ปัญหากิจกรรมทั้งวัน งาน (tasks) การนำเข้าไฟล์ หรือการซิงค์กับบริการอื่น
ตารางวินิจฉัย: ต่างตรงไหนก่อนแก้
| สิ่งที่เห็น | ตรวจและทำต่อ |
|---|---|
| คุณเห็นเวลาต่างจากคำเชิญ แต่อีกคนอยู่คนละเมือง | เปิดรายละเอียดกิจกรรมเทียบวันที่และเขตเวลา ถ้าเป็นเวลาเดียวกัน ให้ปรับการแสดงผลของคุณ ไม่ต้องแก้นัด |
| เว็บกับมือถือของคุณแสดงคนละชั่วโมง | ตรวจ Primary time zone บนเว็บ และ Use device time zone ในแอป Google Calendar รวมถึงเขตเวลาของอุปกรณ์ |
| รายละเอียดกิจกรรมระบุเมืองหรือวันที่ไม่ตรงกับที่ตกลงกัน | หยุดก่อนบันทึก ติดต่อผู้จัด/เจ้าของให้ยืนยันเวลาจริง แล้วค่อยให้ผู้มีสิทธิ์แก้ |
| เป็นนัดที่เกิดซ้ำทุกสัปดาห์หรือหลายครั้ง | ตรวจว่าจะเปลี่ยนเฉพาะครั้งนี้หรือทั้งชุด เพราะการแก้ขอบเขตผิดอาจกระทบหลายครั้ง |
ถ้าไม่แน่ใจว่าเป็นแค่การแสดงผลหรือเป็นเวลาของกิจกรรมจริง ให้ถือว่ายังไม่ควรแก้ การเปลี่ยนเมืองในหน้าดูปฏิทินกับการแก้เวลาเริ่มของนัดเป็นคนละการกระทำ
บนเว็บ: ตั้งเวลาที่ใช้ดู โดยไม่แก้นัด
- เปิด Google Calendar บนเว็บ แล้วเลือก การตั้งค่า (Settings) → การตั้งค่า → เขตเวลา (Time zone) → เขตเวลาหลัก (Primary time zone)
- ค้นหาเมืองหรือประเทศ แล้วเลือก Bangkok หากต้องการดูเวลาหลักเป็นเวลาประเทศไทย การตั้งค่านี้เปลี่ยนมุมมองเวลาของปฏิทินที่คุณกำลังดู ไม่ใช่การประกาศเลื่อนนัดให้ผู้เข้าร่วม
- ถ้าต้องเทียบสองเมือง ให้เปิด Display secondary time zone ในส่วน Time zone แล้วเลือก London เป็นคอลัมน์รอง วิธีนี้ช่วยอ่านสองเวลาโดยไม่ต้องลากกิจกรรม
ตรวจบัญชีและรายละเอียดนัดเดิมก่อน หากหน้ารายละเอียดไม่แสดงเขตเวลาต้นทาง ให้ถามผู้จัด ไม่เดาจากตัวเลขชั่วโมง ผู้จัดตรวจได้จากหน้าการแก้ไขตามหัวข้อถัดไปโดยยังไม่บันทึก อ้างอิงเส้นทางตั้งค่าและเขตเวลาของกิจกรรมจาก คู่มือ Google Calendar บนคอมพิวเตอร์
Android และ iPhone: ตรวจสวิตช์ของแอป Google Calendar
- เปิด แอป Google Calendar แล้วแตะ เมนู (Menu) → การตั้งค่า (Settings) → ทั่วไป (General)
- ตรวจ ใช้เขตเวลาของอุปกรณ์ (Use device time zone) ถ้าเปิด แอปจะตามเขตเวลาของเครื่องเมื่อเดินทาง ถ้าปิด คุณเลือกเขตเวลาจากรายการได้
- เทียบกิจกรรมเดิมอีกครั้ง โดยใช้บัญชีเดียวกันและตรวจวันที่ เมือง และเวลาบนอุปกรณ์ด้วย หากเว็บถูกตั้งไว้เป็น Bangkok แต่มือถือยังตามเขตเวลาอื่น ตัวเลขจึงอาจไม่เหมือนกันทั้งที่กิจกรรมเดิมยังอยู่
ขั้นตอนนี้เป็นของแอป Google Calendar บน Android/iPhone ไม่ใช่แอปปฏิทินของ Apple เมนูของ Apple Calendar จึงไม่ใช่หลักฐานว่าการตั้งค่าใน Google Calendar เปลี่ยนแล้ว ดูคำแนะนำแยกอุปกรณ์จาก Google Calendar Help สำหรับ Android และ Google Calendar Help สำหรับ iPhone/iPad
ถ้าต้องแก้จริง: ให้ผู้จัดยืนยันก่อนบันทึก
เพื่อไม่ให้ผู้เข้าร่วมคนอื่นถูกเลื่อนนัด ให้เจ้าของหรือผู้จัดเป็นผู้แก้เวลา หากคุณเป็นเพียงผู้ได้รับเชิญ ให้ส่งคำถามพร้อมวันที่ เมือง และเวลาที่เห็น แทนการลากกิจกรรมเอง โดยเฉพาะเมื่อไม่รู้ว่ากิจกรรมใช้เขตเวลาใด
- ผู้จัดเปิดกิจกรรมบนเว็บ → แก้ไข (Edit) → Time zone ข้างเวลา ตรวจเมือง/เขตเวลาของนัดก่อน หากเพียงตรวจสอบ ให้ปิดโดยไม่บันทึก
- ถ้าตกลงแก้จริง ยืนยัน วันที่ เมือง/เขตเวลา และเวลาเริ่ม–สิ้นสุด ให้ครบ อย่าเปลี่ยนเขตเวลาแล้วกดบันทึกเพื่อทดลอง เพราะต้องตรวจค่าชั่วโมงที่แสดงหลังเปลี่ยนด้วย
- ถ้าเป็นกิจกรรมที่เกิดซ้ำ ให้ตรวจขอบเขตว่าจะเปลี่ยนเฉพาะครั้งนี้ หรือทั้งชุด/ครั้งต่อ ๆ ไป Google ระบุว่า กิจกรรมที่เกิดซ้ำมีหลายครั้ง และการแก้สามารถกระทบทั้งชุดหรือเฉพาะครั้งได้ ดูรายละเอียดเชิงโครงสร้างที่ Google Calendar API: Calendars and events
- อ่านหน้าต่างยืนยันอีกครั้ง: วันที่ เวลา เขตเวลา แขก และขอบเขตการแก้ต้องตรงกับที่ตกลงกัน
ตัวเลือก ไม่ส่งอีเมลแจ้งเตือน ไม่ได้แปลว่าเป็นการเปลี่ยนแบบส่วนตัว ปฏิทินของผู้เข้าร่วมอาจยังอัปเดตอยู่แม้ข้ามอีเมล ดังนั้นอย่าใช้ตัวเลือกนี้เพื่อซ่อนการเปลี่ยนเวลา ตรวจคำอธิบายการอัปเดตแขกจาก Google Calendar Help และประสานผู้เข้าร่วมเมื่อเวลาเปลี่ยนจริง
ตัวอย่างกรุงเทพฯ–ลอนดอน และการตรวจผล
ตัวอย่างต่อไปนี้เป็นการคำนวณสมมติ ไม่ใช่การทดสอบกับปฏิทินจริง แต่ละแถวเป็นคนละกรณีที่ผู้จัดระบุ 09:00 ตามเวลาลอนดอน แล้วเทียบเวลาของนัดนั้นในกรุงเทพฯ:
| วันและเวลาที่ลอนดอน | เวลาที่กรุงเทพฯ |
|---|---|
| 15 ม.ค. 2026 09:00 (GMT) | 15 ม.ค. 2026 16:00 |
| 15 ก.ค. 2026 09:00 (BST) | 15 ก.ค. 2026 15:00 |
จึงไม่ควรจำส่วนต่างเป็นจำนวนชั่วโมงเดียวตลอดปี: สหราชอาณาจักรเลื่อนนาฬิกาในปี 2026 ไปข้างหน้า 29 มีนาคมและถอยกลับ 25 ตุลาคม โดยช่วงที่เร็วขึ้นเรียก BST ตาม GOV.UK ให้ใช้ เมือง + วันที่ ทุกครั้ง โดยเฉพาะนัดข้ามฤดูกาล
- เปิดกิจกรรมเดิมในบัญชีเดิมบนเว็บหรือมือถือ แล้วเทียบวันที่ เมือง/เขตเวลา และเวลาเริ่ม–สิ้นสุดกับผู้จัด
- ถ้าแก้แค่การแสดงผล ให้ย้อนกลับด้วยการตั้ง Primary/secondary time zone หรือ Use device time zone กลับค่าเดิม ไม่ต้องลบปฏิทินหรือติดตั้งแอปใหม่
- ถ้าเวลาของกิจกรรมถูกเปลี่ยนไปแล้ว ให้หยุดแก้ซ้ำและประสานผู้จัด/ผู้เข้าร่วมเพื่อคืนเวลาที่ตกลงกัน
อย่าอัปโหลดคำเชิญ ไฟล์ ICS หรือข้อมูลปฏิทินส่วนตัวไปยังตัวแปลงเวลาที่ไม่จำเป็น ไม่ต้องใช้บริการเสียเงินหรือสร้างบัญชีใหม่เพื่อวินิจฉัยปัญหานี้ ขอบเขตของคู่มือนี้ยังไม่ครอบคลุมกิจกรรมทั้งวัน งาน การนำเข้า หรือปัญหาซิงค์ เมนูตรวจตามเอกสารทางการ ไม่ได้อ้างว่าทดสอบบนมือถือทุกรุ่น
แหล่งข้อมูล
- Google Calendar Help: Use Google Calendar in different time zones — Computer
- Google Calendar Help: Use Google Calendar in different time zones — Android
- Google Calendar Help: Use Google Calendar in different time zones — iPhone & iPad
- Google Calendar Help: Invite people to your Calendar event
- Google Calendar API: Calendars and events
- GOV.UK: When do the clocks change?